ReadyPlanet.com
dot
dot
วัดในนครหลวงเวียงจันทน์
dot
bulletวัดสีสะเกด
bulletวัดองค์ตื้อ
bulletวัดพระธาตุหลวง
bulletวัดศรีเมือง
bulletวัดอินทร์แปลง
bulletวัดโศกป่าหลวง
bulletวัดสวนมอน
bulletวัดพระมหาธาตุ
bulletวัดพระธาตุฝุ่น
bulletวัดจันทบูรี
dot
วัดในวังเวียง
dot
bulletLive in Lao
dot
วัดไทยที่มีพระพุทธรูปล้านช้าง
dot
bulletวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
bulletวัดปทุมวนาราม กทม.
bulletวัดอรุณราชวราราม กทม.
bulletวัดเสนาสนาราม อยุธยา
bulletวัดโพธิ์ชัย หนองคาย
bulletวัดโพธิ์ชัย จ.เลย
bulletวัดหงส์รัตนาราม กทม.
bulletวัดคฤหบดี กทม.
bulletวัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร กทม.
bulletวัดศรีอุบลรัตนาราม อุบล ฯ
bulletวัดพราหมณี นครนายก
dot
สถานศึกษาในประเทศลาว
dot
bulletมหาวิทยา..
dot
ข่าวสาร
dot
bulletทำบุญที่ลาว
bulletดูทีวี/ฟังวิทยุล้านนา
dot
ข้อมูล Web Site
dot
bulletติดต่อ Webmaster
bulletผู้อุปถัมภ์ Web Site
bulletการจัดทำ WebSite นี้


ชมภาพพระพุทธวิปัสสี



วัดสตสหัสสาราม, วัดสีสะเกด

 

วัดสีสะเกด = วัดศีรษะเกศ

 วัดสตสหัสสาราม = วัดที่มีพระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์

   

ประวัติวัดสีสะเกด ภาษาฝรั่งเศส     Click  for larger image

  

 
 พระอุโบสถ  นอกพระอุโบสถ ซุ้มประตูพระอุโบสถ
     

         วัดสีสะเกดหรือวัดสตสหัสสาราม (ลาวเขียนและอ่านว่า สะตะสะหัสสาราม) ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อน  สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในพุทธศตวรรษที่ 16 

        วัดนี้มี ๒ ชื่อคือ ๑.วัดสีสะเกด ๒.วัดสตสหัสสาราม  สาเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสีสะเกดนั้น เพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง พระเจ้าแผ่นดินลาวทุกพระองค์นับแต่พระเจ้าโพธิสารราชผู้สร้างนครหลวงเวียงจันทน์ ทรงบรรทมหันศีรษะมาทางวัดนี้เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย เพราะมีพระพุทธรูปสำคัญของล้านช้างประดิษฐานอยู่หลายองค์ รวมทั้งพระแก้วมรกตที่ทรงอัญเชิญไปจากเชียงใหม่  ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า "วัดสีสะเกด"  คือวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบรรทมหันพระเศียร(ศีรษะ)ไปยังที่ตั้งวัด  ดุจพระสารีบุตรนอนหันศีรษะไปในทิศที่พระอัสชิอยู่ (เขียนแบบไทยว่า วัดศีรษะเกศ
         ศีรษะ แปลว่า หัว,  เกศ แปลว่า ผม

 

 
ประวัติน่ารู้วัดศีรษะเกศ  วัดสะตะสะหัสสาราม,  สีสะเกด ประตูเข้าสู่พระอุโบสถและกมเรียน
 ปะหวัดน่ารู้วัดสีสะเกด  Click เพื่อดูภาพใหญ่  


         
ส่วนที่ได้ชื่อว่าวัดสตสหัสสารามนั้น เพราะว่าวัดนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์ (สตสหัสส แปลว่า หนึ่งแสน, อาราม แปลว่า วัด, วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์) เพราะเมื่อครั้งสร้างเมืองใหม่ ๆ  พระเจ้าแผ่นดินทรงประกาศเชิญชวนให้ราษฎรร่วมกันสร้างพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ร่วมกับพระองค์ตามกำลังความสามารถ  สร้างไปสร้างมาได้พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์  ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า วัดสตสหัสสาราม (วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานแสนองค์)  แต่ในปัจจุบันเหลือพระพุทธรูปแค่ประมาณหมื่นกว่าองค์เท่านั้น  เพราะทางวัดถูกตัดแบ่งพื้นที่ออกไปเป็นจำนวนมาก  ส่วนผู้รู้อีกท่านหนึ่งกล่าวว่า  วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงชื่อว่าวัดแสนเมือง

           ในระยะที่ 2 วัดสีสะเกด ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในวัดพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีขาน พ.ศ. 2361 โดยพระเจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียวที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ ในนครหลวงเวียงจันทน์ หลังจากสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าอนุวงศ์ก็ได้นำพาประชาชนลาวบำเพ็ญบุญกุศุลเฉลิมฉลองเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน
 

   

ฮางหด (Hang hod) ในกมเรียน พญานาค ๓ เศียร

  ฮางหดหลังพระอุโบสถ  พญานาค ๑ เศียร   มังกรคายนาค
          โฮงหดนี้ (Hang hod) ใช้สำหรับในการรด (สรงน้ำ) พระภิกษุที่เป็นพระราชาคณะแล้ว และจะเลื่อนขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชคือเป็นประมุขสงฆ์  โฮงหดนี้ ใช้กับสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น             โฮงหดนี้ (Hang hod) ใช้ในการรด (สรง) น้ำพระภิกษุที่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยดีแล้ว  หรือเรียนสวดมนต์จนสำเร็จคือสามารถสวดมนต์เจ็ดตำนาน สิบสองตำนานจบบริบูรณ์ พระภิกษุรูปนั้นต้องมีอายุพรรษา ๕ ขึ้นไป ชึ่งเป็นการเลื่อนสมณะศักดิ์จากพระธรรมดาให้เป็นพระที่มีสมณะศักดิ์สูง การรดก็มีหลายระดับด้วยกัน.        ปฏิมากรรมนี้เป็นศิลปะลาวล้านช้างตอนปลาย สร้างขื้นในสมัยเจ้าศรีสว่างวงษ์ ชึ่งพญานาคกับพญามังกรเป็นสัตว์ในตำนานด้วยกันและเป็นความเชื่อของคนลาวว่า สัตว์สองตัวเป็นพี่เป็นน้องกัน จึงคิดที่จะสร้างให้มังกรกับนาคอยู่ด้วยกัน จึงได้ประยุกต์มาเป็นในรูปแบบมังกรคาบพญานาคไว้ รูปนี้คนลาวเรียกว่า "มังกรคาบนาค"


สิ่งที่ได้ก่อสร้างพร้อมกันนี้

หอพิพิธภัณฑ์วัดสีสะเกด
        
ภายในบริเวณหอพิพิธภัณฑ์มีกมเลียนล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่ตามฝาผนังที่ทำด้วยดินเผา ไม้ และอื่น ๆ รวมทั้งหมดมี 6,840 องค์ ส่วนอยู่ด้านบนทำด้วยประทายเพชร มีจำนวน 120 องค์ แม่พิมพ์เดียวกัน พระพุทธรูปรวมทั้งหมดทั้งองค์ใหญ่และเล็กรวมทั้งสิ้น 10,136 องค์ ซึ่งประชาชนได้พร้อมใจกันหล่อนำมาถวาย พระพุทธรูปจำนวนมากมายเหล่านี้หมายถึงศิษยานุศิษย์สาวกของพระพุทธเจ้า ตามพุทธประวัติได้กล่าวไว้ว่า เวลาพระองค์เสด็จไปแห่งหนใด  สาวกและบริวารต้องติดตามเพื่อรับฟังคำโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มิได้ขาด


 
 หอพิพิธภัณฑ์วัดสีสะเกด  พระพุทธรูปทำจากประทายเพชร 120 องค์  กมเรียน 4 ทั้งด้าน (วิหารคดหรือระเบียงคด)
     

พระประธานในสิม (พุทธสีมา = พระอุโบสถ)
           ภายในฐานชุกชีพระอุโบสถมีพระพุทธรูปอยู่ 6 องค์  เป็นพระประธานองค์ใหญ่  1 องค์ เป็นพระพุทธรูปขนาดกลางและเล็กอีก 5 พระองค์  คือ 
        1. พระประธานองค์ใหญ่ปางมารวิชัย เดิมเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กทำด้วยทองสำริด (ข้อมูลในเชิงลึกบอกว่า เป็นพระทองคำนัยน์ตาเพชร)  แต่พระเจ้าอนุวงศ์ได้ปฏิสังขรณ์ก่อครอบด้วยประทายเพชรฟอกด้วยน้ำปิว  เพื่อป้องกันการโจรกรรมหรือทำให้การเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปทำได้ยากขึ้น  และให้พระประธานองค์ใหญ่หันหน้าไปทางด้านเหนือ เพื่อความสะดวกสบายในไปกราบไหว้สักการะบูชา
            พระประธานองค์นี้มีนัยน์ตาดำที่พิเศษกว่าพระพุทธรูปล้านช้างทั่วไป  คือมีนัยน์ตาที่โปนออกมาจากเบ้า ตาดำของท่านไม่เสมอกัน  คล้ายกับว่าท่านมองดูผู้คนอยู่ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนหรือมุมใดของพระอุโบสถ  จัดว่ามีองค์เดียวในประเทศลาวและในโลก  ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกในประเทศลาว (Unseen Laos)       
        2.  พระพุทธรูป
ปางห้ามสมุทรขนาดกลาง 2 องค์ และองค์เล็กอีก 1 องค์
        3.  พระพุทธรูป
ปางห้ามพยาธิ
องค์เล็ก 1 องค์ ยืนคู่กับปางห้ามสมุทร (พยาธิ แปลว่า ความเจ็บป่วย)  
        4.  พระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะเขมรองค์เล็ก 1 องค์              

 
 
 พระพุทธวิปัสสี  หลวงพ่อตาวิเศษ  พระประธานในพระอุโบสถ  คลิ๊ก เพื่อดูภาพนัยน์ตาขนาดใหญ่
 มุมซ้ายใกล้ตาลปัตรเขียนว่า No Photography  Unseen In Laos ภาพที่คุณไม่เคยเห็นในประเทศลาว 

  

ราวเทียนในสิม 
         
ราวเทียนในสิม (พุทธสีมาหรือพระอุโบสถ) มีความสูงประมาณ 1.88 เมตร กว้าง 2.10 เมตร ซึ่งเป็นศิลปผสมระหว่างล้านช้างกับล้านนา ทำด้วยไม้เนื้อดีและแกะสลักเป็นรูปพญานาคสองตนเอาหางพันกัน เป็นรูปสวยงามซึ่งหมายถึง ความสามัคคีระหว่างล้านช้างและล้านนา เพราะพระเจ้าไชยเชษฐามีพระมารดาเป็นชาวล้านนา (เชียงใหม่) มีพระบิดาเป็นชาวล้านช้าง ที่พิเศษคือฟอกด้วยน้ำทองคำปิว สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดสีสะเกด  พุทธศตวรรษที่ 19

 
 ราวเทียนหน้าพระประธาน  พญานาคสองตนเอาหางพันกัน  ราวเทียนที่งดงามที่สุดในโลก
 ฟอกด้วยน้ำทองคำปิว หมายถึง ความสามัคคีของล้านช้างและล้านนา  Click เพื่อดูภาพขนาดใหญ่

                         

หอพระไตรปิฎก
          สำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎก และตำราคัมภีร์ เอกสารทางพระพุทธศาสนา ถึงแม้วัดสีสะเกดจะไม่ถูกเผาทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ แต่ก็ถูกปล้นสะดมจี้เอาพระไตรปิฎกไปจนหมดเกลี้ยง ปัจจุบันมีเพียงหอพระไตรที่แสดงไว้ให้แขกต่างด้าวท้าวต่างเมืองมาเที่ยวชม ส่วนของหลังคาหอพระไตรปิฎกจะมีความคล้ายคลึงศิลปะของพม่าเพราะในสมัยนั้น อาจได้รับอิทธิพลจากพม่า นอกจากนี้ยังมีแผ่นศิลาจารึก ซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวประวัติของวัดสีสะเกดอีกด้วย ในสมัยก่อนวัดสีสะเกดมีอาณาเขตกว้างขวางมากมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้ตัดเส้นทางใหม่ คือถนนเชษฐาธิราช ส่วนประตูโขงด้านหน้าติดกับหอคำ หรือสำนักงานประธานประเทศในปัจจุบัน

 
  หอพระไตรปิฎก ลวดลายงดงาม  วิจิตรตระการ
     

 

ชมคลิ๊บกองทัพธรรม พ.ศ.  2552


 

ชมคลิ๊บกองทัพธรรม พ.ศ.  2551

 

 

 




พีธีกรรมสงฆ์ในลาว

วัดองค์ตื้อ มหาวิหาร
พิธีอุปสมบทแบบลาว
วัด5
วัด4
วัด3
วัด2
วัด1
วัดในวังเวียง
วัดพระธาตุหลวงเหนือ
หอพระแก้ว



Copyright © 2010 All Rights Reserved.