| วัดสตสหัสสาราม, วัดสีสะเกด
วัดสีสะเกด = วัดศีรษะเกศ
วัดสตสหัสสาราม = วัดที่มีพระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์
 |
 |
 |
| พระอุโบสถ |
นอกพระอุโบสถ |
ซุ้มประตูพระอุโบสถ |
| |
|
|
วัดสีสะเกดหรือวัดสตสหัสสาราม (ลาวเขียนและอ่านว่า สะตะสะหัสสาราม) ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในพุทธศตวรรษที่ 16
วัดนี้มี ๒ ชื่อคือ ๑.วัดสีสะเกด ๒.วัดสตสหัสสาราม สาเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสีสะเกดนั้น เพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง พระเจ้าแผ่นดินลาวทุกพระองค์นับแต่พระเจ้าโพธิสารราชผู้สร้างนครหลวงเวียงจันทน์ ทรงบรรทมหันศีรษะมาทางวัดนี้เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย เพราะมีพระพุทธรูปสำคัญของล้านช้างประดิษฐานอยู่หลายองค์ รวมทั้งพระแก้วมรกตที่ทรงอัญเชิญไปจากเชียงใหม่ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า "วัดสีสะเกด" คือวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบรรทมหันพระเศียร(ศีรษะ)ไปยังที่ตั้งวัด ดุจพระสารีบุตรนอนหันศีรษะไปในทิศที่พระอัสชิอยู่ (เขียนแบบไทยว่า วัดศีรษะเกศ)
ศีรษะ แปลว่า หัว, เกศ แปลว่า ผม
 |
 |
 |
| ประวัติน่ารู้วัดศีรษะเกศ |
วัดสะตะสะหัสสาราม, สีสะเกด |
ประตูเข้าสู่พระอุโบสถและกมเรียน |
| ปะหวัดน่ารู้วัดสีสะเกด |
Click เพื่อดูภาพใหญ่ |
|
ส่วนที่ได้ชื่อว่าวัดสตสหัสสารามนั้น เพราะว่าวัดนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์ (สตสหัสส แปลว่า หนึ่งแสน, อาราม แปลว่า วัด, วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์) เพราะเมื่อครั้งสร้างเมืองใหม่ ๆ พระเจ้าแผ่นดินทรงประกาศเชิญชวนให้ราษฎรร่วมกันสร้างพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ร่วมกับพระองค์ตามกำลังความสามารถ สร้างไปสร้างมาได้พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า วัดสตสหัสสาราม (วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานแสนองค์) แต่ในปัจจุบันเหลือพระพุทธรูปแค่ประมาณหมื่นกว่าองค์เท่านั้น เพราะทางวัดถูกตัดแบ่งพื้นที่ออกไปเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้รู้อีกท่านหนึ่งกล่าวว่า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงชื่อว่าวัดแสนเมือง
ในระยะที่ 2 วัดสีสะเกด ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในวัดพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีขาน พ.ศ. 2361 โดยพระเจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียวที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ ในนครหลวงเวียงจันทน์ หลังจากสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าอนุวงศ์ก็ได้นำพาประชาชนลาวบำเพ็ญบุญกุศุลเฉลิมฉลองเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน
สิ่งที่ได้ก่อสร้างพร้อมกันนี้
หอพิพิธภัณฑ์วัดสีสะเกด
ภายในบริเวณหอพิพิธภัณฑ์มีกมเลียนล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่ตามฝาผนังที่ทำด้วยดินเผา ไม้ และอื่น ๆ รวมทั้งหมดมี 6,840 องค์ ส่วนอยู่ด้านบนทำด้วยประทายเพชร มีจำนวน 120 องค์ แม่พิมพ์เดียวกัน พระพุทธรูปรวมทั้งหมดทั้งองค์ใหญ่และเล็กรวมทั้งสิ้น 10,136 องค์ ซึ่งประชาชนได้พร้อมใจกันหล่อนำมาถวาย พระพุทธรูปจำนวนมากมายเหล่านี้หมายถึงศิษยานุศิษย์สาวกของพระพุทธเจ้า ตามพุทธประวัติได้กล่าวไว้ว่า เวลาพระองค์เสด็จไปแห่งหนใด สาวกและบริวารต้องติดตามเพื่อรับฟังคำโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มิได้ขาด
 |
.jpg) |
|
| หอพิพิธภัณฑ์วัดสีสะเกด |
พระพุทธรูปทำจากประทายเพชร 120 องค์ |
กมเรียน 4 ทั้งด้าน (วิหารคดหรือระเบียงคด) |
| |
|
|
พระประธานในสิม (พุทธสีมา = พระอุโบสถ)
ภายในฐานชุกชีพระอุโบสถมีพระพุทธรูปอยู่ 6 องค์ เป็นพระประธานองค์ใหญ่ 1 องค์ เป็นพระพุทธรูปขนาดกลางและเล็กอีก 5 พระองค์ คือ
1. พระประธานองค์ใหญ่ปางมารวิชัย เดิมเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กทำด้วยทองสำริด (ข้อมูลในเชิงลึกบอกว่า เป็นพระทองคำนัยน์ตาเพชร) แต่พระเจ้าอนุวงศ์ได้ปฏิสังขรณ์ก่อครอบด้วยประทายเพชรฟอกด้วยน้ำปิว เพื่อป้องกันการโจรกรรมหรือทำให้การเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปทำได้ยากขึ้น และให้พระประธานองค์ใหญ่หันหน้าไปทางด้านเหนือ เพื่อความสะดวกสบายในไปกราบไหว้สักการะบูชา
พระประธานองค์นี้มีนัยน์ตาดำที่พิเศษกว่าพระพุทธรูปล้านช้างทั่วไป คือมีนัยน์ตาที่โปนออกมาจากเบ้า ตาดำของท่านไม่เสมอกัน คล้ายกับว่าท่านมองดูผู้คนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนหรือมุมใดของพระอุโบสถ จัดว่ามีองค์เดียวในประเทศลาวและในโลก ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกในประเทศลาว (Unseen Laos)
2. พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรขนาดกลาง 2 องค์ และองค์เล็กอีก 1 องค์
3. พระพุทธรูปปางห้ามพยาธิองค์เล็ก 1 องค์ ยืนคู่กับปางห้ามสมุทร (พยาธิ แปลว่า ความเจ็บป่วย)
4. พระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะเขมรองค์เล็ก 1 องค์
 |
 |
.jpg) |
| พระพุทธวิปัสสี |
หลวงพ่อตาวิเศษ พระประธานในพระอุโบสถ |
คลิ๊ก เพื่อดูภาพนัยน์ตาขนาดใหญ่ |
| มุมซ้ายใกล้ตาลปัตรเขียนว่า No Photography |
Unseen In Laos |
ภาพที่คุณไม่เคยเห็นในประเทศลาว |
ราวเทียนในสิม
ราวเทียนในสิม (พุทธสีมาหรือพระอุโบสถ) มีความสูงประมาณ 1.88 เมตร กว้าง 2.10 เมตร ซึ่งเป็นศิลปผสมระหว่างล้านช้างกับล้านนา ทำด้วยไม้เนื้อดีและแกะสลักเป็นรูปพญานาคสองตนเอาหางพันกัน เป็นรูปสวยงามซึ่งหมายถึง ความสามัคคีระหว่างล้านช้างและล้านนา เพราะพระเจ้าไชยเชษฐามีพระมารดาเป็นชาวล้านนา (เชียงใหม่) มีพระบิดาเป็นชาวล้านช้าง ที่พิเศษคือฟอกด้วยน้ำทองคำปิว สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดสีสะเกด พุทธศตวรรษที่ 19
(1).jpg) |
.jpg) |
 |
| ราวเทียนหน้าพระประธาน |
พญานาคสองตนเอาหางพันกัน |
ราวเทียนที่งดงามที่สุดในโลก |
| ฟอกด้วยน้ำทองคำปิว |
หมายถึง ความสามัคคีของล้านช้างและล้านนา |
Click เพื่อดูภาพขนาดใหญ่ |
หอพระไตรปิฎก
สำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎก และตำราคัมภีร์ เอกสารทางพระพุทธศาสนา ถึงแม้วัดสีสะเกดจะไม่ถูกเผาทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ แต่ก็ถูกปล้นสะดมจี้เอาพระไตรปิฎกไปจนหมดเกลี้ยง ปัจจุบันมีเพียงหอพระไตรที่แสดงไว้ให้แขกต่างด้าวท้าวต่างเมืองมาเที่ยวชม ส่วนของหลังคาหอพระไตรปิฎกจะมีความคล้ายคลึงศิลปะของพม่าเพราะในสมัยนั้น อาจได้รับอิทธิพลจากพม่า นอกจากนี้ยังมีแผ่นศิลาจารึก ซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวประวัติของวัดสีสะเกดอีกด้วย ในสมัยก่อนวัดสีสะเกดมีอาณาเขตกว้างขวางมากมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้ตัดเส้นทางใหม่ คือถนนเชษฐาธิราช ส่วนประตูโขงด้านหน้าติดกับหอคำ หรือสำนักงานประธานประเทศในปัจจุบัน
 |
 |
.jpg) |
| หอพระไตรปิฎก |
ลวดลายงดงาม |
วิจิตรตระการ |
 |
 |
 |
ชมคลิ๊บกองทัพธรรม พ.ศ. 2552
ชมคลิ๊บกองทัพธรรม พ.ศ. 2551
|